วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559
ชุดที่ 001 หลักฐานทางประวัติศาสตร์
2 ประเภท 3 ประเภท 4 ประเภท 5 ประเภท 6 ประเภท หลักฐานที่จำแนกตามความสำคัญ หลักฐานที่ใช้อักษรเป็นตัวกำหนด หลักฐานที่กำหนดตามจุดหมายของการผลิต หลักฐานที่จำแนกตามห้วงระยะเวลา ทุกข้อเป็นประเภทของหลักฐาน โบสต์ พระพุทธรูป วิทยานิพนธ์ หม้อ ไห ถูกทุกข้อ หลักฐานชั้นต้น ถูกตรวจพบก่อนหลักฐานชั้นรอง หลักฐานชั้นต้นถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หลักฐานชั้นรองถูกบันทึกด้วยรูปวาด หลักฐานชั้นต้นเป็นเรื่องบอกเล่าหรือบันทึกจากผู้เห็นเหตุการณ์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์โดยตรง แต่หลักฐานชั้นรองเป็นผลงานที่เขียนขึ้นภายหลังหรือ อ้างจากคำบอกเล่าของผู้อื่น หลักฐานชั้นต้นอธิบายเรื่องราวโดยละเอียด แต่หลักฐานชั้นรองเป็นเรื่องที่ย่อลงมา หลักฐานชั้นต้นเป็นเรื่องจริง แต่หลักฐานชั้นรองเป็นเรื่องสมมติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ จิตรกรรม ศิลาจารึก ดนตรี ต้นไม้ พื้นดิน บ้านเรื่อนไทย นก แมว หลักฐานชั้นต้น หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้าง ข และ ค ถูก ก และ ค ถูก ร่องรอยการทำ การแสดง การพูดและการเขียน ร่องรอย สิ่งก่อสร้างและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ร่องรอย ความคิดความอ่าน ความรู้สึก ประเพณี และทุกสิ่งที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ก ถึง ค ถูก ผิดทุกข้อ หลักฐานที่มีไม่สมบูรณ์ หลักฐานที่มีไม่น่าเชื่อถือ หลักฐานที่มีเก่าเกินไป หลักฐานที่มีเกิดจากธรรมชาติ 1 และ 2 ถูก Adam James Galileo Herodotus Luis XIV Abraham Lincorn
ให้นักเรียนอ่านบทความ แล้วนำไปตอบคำถาม ข้อ1-10
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
........เฮโรโดตัส Herodotus บิดาแห่งประวัติศาสตร์ ได้นำคำว่า ประวัติศาสตร์ history มาจากคำในภาษากรีกว่า historeo ที่แปลว่า การถักทอ มาเขียนเป็นชื่อเรื่องราวการทำสงครามระหว่างเปอร์เซียกับกรีก
........โดยใช้หลักฐานต่าง ๆ เป็นข้อมูล ในการเขียนเป็นเรื่องราว ซึ่งคล้ายกับการถักทอผืนผ้าให้เป็นลวดลายที่ต้องการ
........เฮโรโดตัส Herodotus จึงเป็น นักประวัติศาสตร์คนแรก ที่นำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มาศึกษาเพื่อเขียนเป็นเรื่องราว
........อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหตุการณ์ในอดีต อาจมีผู้สงสัยว่ามีทางเป็นไปได้หรือไม่และจะศึกษากันอย่างไร
........เนื่องจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วและ บางเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานมาก
........จนสุดวิสัยที่คนปัจจุบันจะจำเรื่องราวหรือศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง นักประวัติศาสตร์ ได้อาศัยร่องรอยในอดีตเป็นข้อมูล ในการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ร่องรอยที่ว่านี้เรียกว่า หลักฐานประวัติศาสตร์
หลักฐานประวัติศาสตร์
........นักประวัติศาสตร์ ชาวฝรั่งเศส ชื่อ มาร์ค บลอค Marc Block ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับ หลักฐานประวัติศาสตร์ ว่า หลักฐานประวัติศาสตร์ คือร่องรอยพฤติกรรม การพูด การเขียน การประดิษฐ์คิดค้นการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งที่มีอยู่ภายในหลักฐานก็คือร่องรอย ความรู้สึกนึกคิด โลกทัศน์และจารีตประเพณีของมนุษย์ในอดีตที่อาจ ตกทอดถึงปัจจุบัน โดยมีร่องรอยอยู่ในธรรมชาติและวัฒนธรรมของมนุษย์
........สรุปว่า หลักฐานประวัติศาสตร์ หมายถึงร่องรอยการกระทำ การแสดง การพูด การเขียน การประดิษฐ์ สิ่งก่อสร้าง ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ รวมทั้งความคิดอ่าน ความรู้สึก ประเพณีปฏิบัติของมนุษย์ในอดีต ที่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ในบริเวณที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งกล่าวได้ว่า อะไรก็ตามที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ทั้งสิ้น
ประเภทหลักฐานประวัติศาสตร์
1. หลักฐานที่จำแนกตามความสำคัญ
1.1 หลักฐานชั้นต้น
1.2 หลักฐานชั้นรอง
2. หลักฐานที่ใช้อักษรเป็นตัวกำหนด
2.1 หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
2.2 หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
3. หลักฐานที่กำหนดตามจุดหมายของการผลิต
3.1 หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น
3.2 หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้างหรือตั้งใจสร้าง
1.1 หลักฐานชั้นต้น primary sources
........หมายถึง คำบอกเล่าหรือบันทึกของผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง ได้แก่ บันทึกการเดินทาง จดหมายเหตุ จารึก รวมถึงสิ่งก่อสร้าง
หลักฐานทางโบราณคดี โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น โบสถ์ เจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป รูปปั้น หม้อ ไห ฯลฯ
1.2 หลักฐานชั้นรอง secondary sources
........หมายถึง ผลงานที่เขียนขึ้น หรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว โดยอาศัยคำบอกเล่าหรือจากหลักฐานชั้นต้นต่างๆ ได้แก่ ตำนาน วิทยานิพนธ์ เป็นต้น
2.1 หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร written sources
........หมายถึงหลักฐานที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้แก่ ศิลาจารึก พงศาวดาร ใบลาน จดหมายเหตุ วรรณกรรม ชีวประวัติ นังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร รวมถึงการบันทึกไว้ตามสิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ แผนที่ หลักฐานประเภทนี้จัดว่าเป็นหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์
2.2 หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
........หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมดที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ได้แก่ สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปการแสดง คำบอกเล่า นาฏศิลป์ ตนตรี จิตรกรรม ฯลฯ
3.1 หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น artiface
........หมายถึง หลักฐานที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต
3.2 หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้างหรือตั้งใจสร้าง หมายถึง วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการสืบค้นเรื่องราวในอดีตของสังคมมนุษย์เริ่มต้นที่ความอยากรู้อยากเห็นของผู้ต้องการ ศึกษาและต้องการสอบสวนค้นคว้า หาคำตอบด้วยตนเอง จากร่องรอยที่คนในอดีตได้ทำไว้และตกทอดเหลือมาถึงปัจจุบัน
2. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ *
คำใบ้ = ข้อใดไม่ใช่ประเภทของหลักฐาน
3. ข้อใดไม่ใช่ หลักฐานชั้นต้น *
คำใบ้ = หลักฐานชั้นรองหมายถึง ผลงานที่เขียนขึ้น หรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว
4. หลักฐานชั้นต้นแตกต่างกับหลักฐานชั้นรองอย่างไร *
คำใบ้ = ลองหาความแตกต่างระหว่างหลักฐานชั้นต้นกับหลักฐานชั้นรองดู
5. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร *
คำใบ้ = หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร หมายถึง หลักฐานที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่เห็นได้ชัดเจน
6. อะไรคือหลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น (เลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ) *
คำใบ้ = สิ่งใดที่มนุษย์สร้างขึ้น
7. หลักฐานที่กำหนดตามจุดหมายของการผลิต ประกอบด้วยอะไรบ้าง *
คำใบ้ = สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะตามความตั้งใจการสร้างหลักฐาน
8. หลักฐานทางประวัติศาสตร์คืออะไร *
คำใบ้ = นิยามของหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับหลักฐานและร่องรอยการกระทำ
9. อะไรคือปัญหาที่สำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ *
คำใบ้ = ปัญหาที่สำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ที่สำคัญคืออะไรบ้าง
10. ใครคือบิดาแห่งประวัติศาสตร์ *
คำใบ้ = บุคคลผู้นี้เป็นชาวกรีกและนำคำว่าประวัติศาสตร์เข้ามาใช้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)